การแทงบอลสเต็ป กติกาฉบับสมบูรณ์ เข้าใจก่อนเริ่มเล่น
การแทงบอลสเต็ป รวมการแข่งขันหลายคู่ไว้ในรายการเดียวมีรายละเอียดการตัดสินผลมากกว่าการเลือกคู่เดียว เพราะผลของแต่ละตัวเลือกเชื่อมโยงกันอยู่ภายในบิลเดียว ผู้เล่นจึงต้องแยกให้ออกก่อนว่าแต่ละคู่ถูกตัดสินเป็นชนะ แพ้ เสมอราคา ยกเลิก หรืออยู่ระหว่างรอผลจากการแข่งขันที่ถูกเลื่อน
หลักสำคัญของการแทงบอลสเต็ป คือ ตัวเลือกทุกคู่ที่ยังมีผลต้องจบตามเงื่อนไขของตลาดที่เลือก หากมีคู่หนึ่งถูกตัดสินว่าแพ้ บิลมาตรฐานจะถูกตัดสินว่าแพ้ทั้งหมด แต่หากคู่หนึ่งถูกตัดสินเป็นโมฆะหรือ Voidโดยทั่วไปคู่นั้นจะถูกนำออก และระบบจะพิจารณาเฉพาะคู่ที่เหลือ
กติกา Parlay ของ DraftKings อธิบายว่า รายการประเภทนี้เป็นการรวมตัวเลือกตั้งแต่สองรายการขึ้นไป โดยตัวเลือกที่ยังมีผลทุกตัวต้องชนะ ส่วนตัวเลือกที่เป็น Push หรือ Void จะได้รับการจัดการตามข้อกำหนดของรายการรวม[1]
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดปลีกย่อยอาจต่างกันตามผู้ให้บริการ ประเภทกีฬา และตลาดที่เลือก โดยเฉพาะกรณีคู่เลื่อน คู่หยุดกลางคัน หรือบิลที่เหลือเพียงหนึ่งตัวเลือก ผู้เล่นจึงควรอ่านเงื่อนไขที่แสดงอยู่กับตลาดจริง ไม่ควรนำกติกาจากระบบหนึ่งไปใช้สรุปอีกระบบหนึ่งโดยอัตโนมัติ
บิลสเต็ปคือการรวมตัวเลือกอย่างน้อยสองรายการไว้ในบิลเดียว โดยทั่วไปทุกคู่ที่ยังมีผลต้องชนะ หากมีหนึ่งคู่แพ้ บิลทั้งหมดจะแพ้ แต่ถ้าคู่ใดเป็นVoid หรือPush คู่นั้นมักถูกตัดออก แล้วพิจารณาคู่ที่เหลือต่อ ส่วนคู่เลื่อนต้องตรวจว่ากลับมาแข่งขันภายในเวลาที่ตลาดกำหนดหรือไม่
การแทงบอลสเต็ป ทำไมต้องตรวจผลของแต่ละคู่ก่อนอ่านสถานะบิล
ข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยคือการดูเฉพาะสกอร์สุดท้าย แล้วสรุปทันทีว่าคู่ดังกล่าวชนะหรือแพ้ ทั้งที่การตัดสินจริงต้องอ้างอิงประเภทตลาดและราคาที่เลือกด้วย
ตัวอย่างเช่น การแข่งขันจบ 1-1 สามารถนำไปสู่ผลตัดสินได้หลายแบบ ได้แก่
- เลือกเจ้าบ้านชนะในตลาดสามทาง ผลคือแพ้
- เลือกผลเสมอในตลาดสามทาง ผลคือชนะ
- เลือกทีมรอง +0.5 ผลคือชนะตามราคา
- เลือกทีมต่อ -0.5 ผลคือแพ้ตามราคา
- เลือกราคาเสมอหรือแฮนดิแคปศูนย์ ผลอาจเป็นPush
- เลือกราคา +0.25หรือ -0.25 ผลอาจถูกแบ่งตัดสินเป็นสองส่วน
ดังนั้นก่อนอ่านผลบิล ควรตรวจตามลำดับดังนี้
- คู่ดังกล่าวเล่นจบตามเงื่อนไขของตลาดหรือไม่
- เลือกตลาดประเภทใด เช่น สามทาง แฮนดิแคป หรือสูง–ต่ำ
- ราคาที่เลือกเป็นเส้นเต็ม ครึ่งลูก หรือหนึ่งส่วนสี่ลูก
- ระบบแสดงผลว่า Win, Loss, Push, Voidหรือ Pending
- เมื่อรู้สถานะของแต่ละคู่แล้ว จึงพิจารณาผลต่อบิลทั้งหมด
การอ่านตามลำดับนี้ช่วยแยก ผลการแข่งขันจริง ออกจาก ผลตามราคาที่เลือก ซึ่งเป็นคนละขั้นตอนกัน
สถานะพื้นฐาน การแทงบอลสเต็ป ที่ใช้ตัดสินบิลสเต็ป
ก่อนเข้าสู่กรณีจำนวนคู่ คู่เลื่อน และคู่เสมอ ควรรู้ความหมายของสถานะหลักที่พบในบิลก่อน
| สถานะ | ความหมายของตัวเลือก | ผลต่อบิลโดยทั่วไป |
| ชนะเต็ม | ผลตรงตามเงื่อนไขตลาด | บิลยังเดินหน้าต่อ |
| แพ้เต็ม | ผลผิดจากเงื่อนไขตลาด | บิลแพ้ทั้งหมด |
| Push | ผลหลังใช้ราคาต่อรองเท่ากัน | ตัดตัวเลือกนั้นออก |
| Void | ตลาดหรือตัวเลือกถูกยกเลิก | ตัดตัวเลือกนั้นออก |
| Pending | ยังรอผลหรือรอการตัดสิน | บิลยังไม่สรุปผล |
| ชนะครึ่ง | ตัวเลือกส่วนหนึ่งชนะ อีกส่วนหนึ่งPush | ใช้กติกาของราคาควบ |
| แพ้ครึ่ง | ตัวเลือกส่วนหนึ่งแพ้ อีกส่วนหนึ่งPush | ใช้กติกาของราคาควบ |
คำว่าPush และVoid ให้ผลต่อจำนวนตัวเลือกในบิลคล้ายกันในหลายระบบ แต่มีสาเหตุต่างกันPush มักเกิดจากผลการแข่งขันตรงกับเส้นราคาพอดี ส่วนVoid มักเกิดจากตลาดถูกยกเลิก คู่ไม่แข่งขัน หรือไม่ผ่านเงื่อนไขที่กำหนด
กติกาจำนวนคู่ในบิลเริ่มต้นอย่างไร
บิลรูปแบบสเต็ปต้องมีอย่างน้อยสองตัวเลือกตั้งแต่ตอนยืนยันรายการ ส่วนจำนวนสูงสุดขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละระบบ บางแห่งอนุญาตจำนวนมาก ขณะที่บางแห่งจำกัดจำนวนคู่หรือตลาดที่นำมารวมกันได้
ในระดับกติกา จำนวนคู่ทำหน้าที่กำหนดว่ามีตัวเลือกกี่รายการที่ต้องรอการตัดสิน ตัวอย่างเช่น
ตัวอย่างที่ 1: บิล 3คู่ ชนะครบทุกคู่
- คู่ที่1:ชนะ
- คู่ที่2:ชนะ
- คู่ที่3:ชนะ
เมื่อทุกตัวเลือกผ่านเงื่อนไข บิลจึงถูกตัดสินว่าชนะ
ตัวอย่างที่ 2: บิล 4 คู่มีหนึ่งคู่แพ้
- คู่ที่1: win
- คู่ที่2: win
- คู่ที่3: แพ้
- คู่ที่4: win
แม้สามคู่จะชนะ แต่เมื่อคู่ที่ 3 แพ้ เงื่อนไขของรายการรวมไม่ครบ บิลทั้งหมดจึงถูกตัดสินว่าแพ้
ตัวอย่างที่ 3: บิล 5คู่ มีหนึ่งคู่Void
- คู่ที่1:win
- คู่ที่2:Void
- คู่ที่3:win
- คู่ที่4: รอผล
- คู่ที่5:ชนะ
ระบบจะนำคู่ที่ 2 ออกจากรายการ ส่วนบิลยังคงรอผลของคู่ที่ 4 โดยไม่ถือว่าคู่Void เป็นคู่แพ้
William Hill ระบุว่า เมื่อมีตัวเลือกใน Parlay ถูกตัดสินเป็น Voidหรือ Pushจำนวนตัวเลือกในรายการรวมจะลดลงตามตัวเลือกที่ถูกยกเลิก[2]
ตัวอย่างที่ 4: บิล 2 คู่แต่หนึ่งคู่ถูกVoid
กรณีนี้ทำให้เหลือตัวเลือกที่ยังมีผลเพียงหนึ่งคู่ บางระบบอาจเปลี่ยนสถานะของรายการที่เหลือให้เทียบเท่าการเดิมพันเดี่ยว ขณะที่บางระบบอาจใช้ข้อกำหนดอื่น ผู้เล่นจึงต้องดูข้อความกำกับของระบบนั้นโดยตรง
ประเด็นนี้ไม่ควรถูกเหมารวมว่า เหลือหนึ่งคู่แล้วบิลยกเลิกทั้งหมด หรือเหลือหนึ่งคู่แล้วคิดเป็นคู่เดี่ยวทุกครั้ง เพราะไม่มีมาตรฐานเดียวกันในทุกตลาด
รายละเอียดเปรียบเทียบกลไกของบิล 2คู่ 4คู่ และ5คู่ สามารถอ่านต่อได้ที่ ส เต็ ป 4 คู่ เสมอ 1 คู่ ได้เงินไหม ซึ่งเป็นหน้าที่อธิบายเรื่องจำนวนคู่โดยเฉพาะ
ถ้ามีคู่หนึ่งแพ้ บิลทั้งหมดตัดสินอย่างไร
คำว่า ผิดเงื่อนไขราคา หมายถึงผลหลังนำกติกาของตลาดมาพิจารณาแล้ว ไม่ได้หมายถึงดูเฉพาะว่าทีมชนะหรือแพ้ในสนาม
ตัวอย่างเช่น เลือกทีมต่อ -1 แต่ทีมดังกล่าวชนะเพียงหนึ่งประตู ผลของตัวเลือกอาจเป็นPush ไม่ใช่ชนะเต็มหรือแพ้เต็ม ในทางตรงกันข้าม หากเลือกทีมต่อ -0.5 แล้วการแข่งขันจบเสมอ ตัวเลือกจะถูกตัดสินว่าแพ้
อีกตัวอย่างหนึ่งคือ ตลาดสูง–ต่ำ หากเลือกสูง 2.5 แต่ผลรวมประตูจบที่ 2 ประตู ตัวเลือกดังกล่าวแพ้ แม้ว่าทีมที่ผู้เล่นสนับสนุนจะเป็นฝ่ายชนะการแข่งขันก็ตาม เพราะตลาดกำลังตัดสินจากจำนวนประตูรวม ไม่ได้ตัดสินจากทีมชนะ
หลักทั่วไปของ Parlay กำหนดว่าตัวเลือกทุกตัวที่ยังมีผลต้องชนะ ดังนั้นตัวเลือกที่แพ้เพียงหนึ่งรายการทำให้รายการรวมไม่ผ่านเงื่อนไข[1]
สถานะของคู่อื่นในบิลไม่สามารถเปลี่ยนผลของคู่ที่แพ้ได้ เช่น แม้คู่ที่เหลือจะชนะครบแล้ว หรือมีบางคู่ยังไม่เริ่มแข่งขัน บิลก็อาจแสดงผลแพ้ทันทีหลังระบบยืนยันว่ามีหนึ่งตัวเลือกแพ้
อย่างไรก็ตาม ต้องระวังไม่สับสนระหว่าง คู่แพ้ กับ คู่ถูกเลื่อน คู่แพ้หมายถึงตลาดมีผลตัดสินแล้ว ส่วนคู่เลื่อนอาจยังอยู่ในสถานะ Pending หรือถูกเปลี่ยนเป็น Voidภายหลัง
กรณีคู่เลื่อนก่อนเริ่มแข่งขัน
การแข่งขันที่ถูกเลื่อนอาจเกิดจากสภาพสนาม ตารางแข่งขัน การเดินทาง หรือเหตุอื่นที่ทำให้ไม่สามารถเริ่มตามเวลาที่กำหนดได้ ในทางกติกา คู่เลื่อนไม่ได้หมายความว่าตัวเลือกแพ้ทันที
โดยทั่วไปต้องพิจารณาสองกรณี
คู่กลับมาแข่งภายในเวลาที่กำหนด
หากผู้จัดกำหนดวันหรือเวลาใหม่ และการแข่งขันเกิดขึ้นภายในกรอบเวลาที่ตลาดระบุ ตัวเลือกเดิมอาจยังคงมีผล บิลจะอยู่ในสถานะรอจนกว่าคู่นั้นจะแข่งขันจบ
ตัวอย่างจำลอง:
- บิลมี 4 คู่
- 3 คู่แข่งขันจบและชนะ
- คู่สุดท้ายเลื่อนจากวันเสาร์ไปวันอาทิตย์
- ตลาดกำหนดว่ายังมีผลหากกลับมาแข่งภายในกรอบเวลาที่ระบุ
ในกรณีนี้บิลยังไม่ชนะและยังไม่แพ้ แต่จะอยู่ในสถานะรอผลของคู่ที่เลื่อน
คู่ไม่กลับมาแข่งภายในเวลาที่กำหนด
หากการแข่งขันไม่เกิดขึ้นภายในกรอบเวลาที่ตลาดกำหนด ตัวเลือกมักถูกตัดสินเป็น Voidหรือ Non-runner จากนั้นจึงนำตัวเลือกนั้นออกและพิจารณารายการที่เหลือต่อ
กติกาฟุตบอลของ bet365 ระบุว่า การแข่งขันที่ไม่ได้ลงเล่นหรือถูกเลื่อนจะถูกจัดเป็น Non-runner เว้นแต่จะกลับมาแข่งขันภายในห้าวันนับจากเวลาเดิม[3]
กรอบเวลานี้เป็นเพียงตัวอย่างของผู้ให้บริการรายหนึ่ง ไม่ใช่เกณฑ์ที่ใช้แทนกันได้ทั้งหมด เพราะบางระบบอาจใช้ 24 ชั่วโมง 48 ชั่วโมง 72 ชั่วโมง หรือกำหนดตามรายการแข่งขัน
ดังนั้นเมื่อตรวจบิลที่มีคู่เลื่อน ควรดูข้อมูลสามส่วนพร้อมกัน ได้แก่
- เวลาการแข่งขันเดิม
- เวลาแข่งขันใหม่
- กรอบเวลาที่กติกาของตลาดยอมรับ
หากระบบยังแสดง Pending ไม่ควรสรุปเองว่าคู่ดังกล่าวถูกตัดออกแล้ว เพราะอาจยังอยู่ในช่วงรอประกาศอย่างเป็นทางการ
อ่านสถานการณ์คู่เลื่อนและคู่ยกเลิกแบบละเอียดได้ที่ บอล ส เต็ ป แพ้ 1 คู่ ได้เงิน ไหม ซึ่งแยกอธิบายจากกรณีคู่แพ้จริง
คู่เริ่มแข่งแล้วแต่หยุดกลางคันต่างจากคู่เลื่อนอย่างไร
คู่ที่ยังไม่เริ่มแข่งขันกับคู่ที่เริ่มไปแล้วแต่หยุดกลางคันเป็นคนละสถานการณ์ ตลาดบางประเภทอาจมีผลที่ถูกกำหนดแน่นอนแล้วก่อนการแข่งขันหยุด ขณะที่บางตลาดยังไม่สามารถตัดสินได้
ตัวอย่างเช่น ตลาด ทีมใดได้เตะมุมแรก อาจตัดสินผลได้แล้วหากเกิดเตะมุมแรกก่อนการแข่งขันหยุด แต่ตลาดผลการแข่งขันเต็มเวลาอาจยังตัดสินไม่ได้
แนวทางที่พบทั่วไปคือ
- ตลาดที่ผลเกิดขึ้นและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ อาจคงผลเดิม
- ตลาดที่ยังไม่สามารถรู้ผลสุดท้าย อาจถูกระงับหรือVoid
- หากกลับมาแข่งขันต่อจากเวลาที่หยุด บางตลาดอาจคงรายการเดิม
- หากเริ่มแข่งขันใหม่ตั้งแต่นาทีแรก ตลาดเดิมอาจถูกยกเลิก
bet365 อธิบายว่า หากการแข่งขันที่หยุดกลางคันถูกนำมาเริ่มใหม่ตั้งแต่นาที 00:00 ตลาดเดิมจะถือเป็น Void ยกเว้นตลาดที่ผลถูกกำหนดแน่นอนแล้วก่อนการแข่งขันหยุด[4]
หลักนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมบางตัวเลือกในคู่เดียวกันจึงอาจแสดงผลต่างกัน เช่น ตลาดหนึ่งถูกตัดสินแล้ว แต่อีกตลาดยังรอหรือถูกVoid
ถ้าการแข่งขันจบเสมอ บิลแพ้ทุกกรณีหรือไม่
ผลการแข่งขันเสมอไม่ได้ทำให้บิลแพ้โดยอัตโนมัติ ต้องตรวจว่าตัวเลือกอยู่ในตลาดประเภทใด
ตลาดผลการแข่งขันสามทาง
ตลาดสามทางมีตัวเลือกเจ้าบ้านชนะ เสมอ และทีมเยือนชนะ
ตัวอย่างผลการแข่งขัน 0-0:
- เลือกเจ้าบ้านชนะ: แพ้
- เลือกทีมเยือนชนะ: แพ้
- เลือกผลเสมอ:ชนะ
หากตัวเลือกที่เลือกแพ้ บิลทั้งหมดแพ้ตามหลักของรายการรวม แต่หากเลือกผลเสมอไว้ ตัวเลือกนั้นถือว่าผ่านเงื่อนไข
ตลาดแฮนดิแคปศูนย์
ตลาดแฮนดิแคป 0 หรือDraw No Bet ไม่มีตัวเลือกเสมอแยกต่างหาก หากผลการแข่งขันจบเสมอ ตัวเลือกมักถูกตัดสินเป็นPush และถูกนำออกจากรายการ
ตัวอย่าง:
- บิลมี 3คู่
- คู่แรกชนะ
- คู่ที่สองเลือกแฮนดิแคป 0 และผลเสมอ
- คู่ที่สามชนะ
คู่ที่สองจะถูกตัดออกตามกติกาทั่วไป เหลือการพิจารณาเฉพาะคู่แรกและคู่ที่สาม
ตลาดแฮนดิแคปครึ่งลูก
ราคา +0.5 หรือ-0.5 ไม่สามารถเกิดPush เต็มได้
หากการแข่งขันจบเสมอ:
- ทีมรอง +0.5: ชนะตามราคา
- ทีมต่อ -0.5: แพ้ตามราคา
ดังนั้นแม้สกอร์จริงจะเสมอ แต่ผลของสองตัวเลือกนี้ตรงข้ามกัน
ตลาดแฮนดิแคปเต็มลูก
ราคา -1 หรือ+1 สามารถเกิดPush ได้
ตัวอย่าง ทีม A ต่อ -1 และชนะ 2-1 ผลต่างหลังใช้ราคาพอดีกับเส้น ตัวเลือกจึงเป็นPush โดยทั่วไปจะถูกตัดออกจากบิล ไม่ถือว่าแพ้เต็ม
แต่หากทีม A ชนะ1-0 ผลก็ยังเป็นPush เช่นเดียวกัน เพราะชนะจริงหนึ่งประตูและต่อหนึ่งลูกพอดี
ตลาดสูง–ต่ำเส้นเต็ม
ตลาดสูง–ต่ำก็สามารถเกิดPush ได้เมื่อใช้เส้นเต็ม เช่น 2.0 หรือ3.0
ตัวอย่าง เลือกสูง 2.0 และการแข่งขันจบ 1-1 ผลรวมเท่ากับ 2 ประตู ตัวเลือกจึงเป็น Pushส่วนราคา 2.5 จะไม่เกิดPush เพราะผลรวมประตูเป็นจำนวนเต็มและไม่สามารถเท่ากับ 2.5 ได้
ราคาแบบหนึ่งส่วนสี่ลูก
ราคา 0.25, 0.75, 1.25 หรือ2.25 เป็นราคาที่แบ่งตัวเลือกออกเป็นสองเส้น จึงอาจเกิดผลชนะครึ่งหรือแพ้ครึ่ง
บทความนี้อธิบายเพียงสถานะของกติกา ไม่ลงรายละเอียดเรื่องจำนวนเงิน เนื่องจากการคำนวณเป็นขอบเขตของหน้าคำนวณเงินรางวัลโดยเฉพาะ
อ่านรายละเอียดกรณีผลครึ่งหนึ่งได้ที่ เสียครึ่งคิดยังไง ซึ่งอธิบายแยกตามประเภทราคาและผลที่เกิดขึ้นในคู่ดังกล่าว

ตัวอย่างอ่านผลบิลทีละขั้น
สมมติบิลหนึ่งมี 5 ตัวเลือก ดังนี้
| คู่ | ตลาดที่เลือก | ผลการแข่งขัน | สถานะ |
| 1 | เจ้าบ้านชนะ | เจ้าบ้านชนะ 2-0 | ชนะ |
| 2 | ทีมรอง +0.5 | เสมอ 1-1 | ชนะ |
| 3 | สูง 2.0 | จบ 1-1 | Push |
| 4 | ทีมต่อ -0.5 | เสมอ 0-0 | แพ้ |
| 5 | ผลการแข่งขัน | คู่ถูกเลื่อน | Pending |
วิธีอ่านคือ คู่ที่ 3 ถูกตัดออกเพราะPush ส่วนคู่ที่ 5 ยังรอการตัดสิน แต่คู่ที่ 4 แพ้แล้ว จึงทำให้บิลทั้งหมดแพ้ตาม Logic Function โดยไม่จำเป็นต้องรอว่าคู่ที่ 5 จะกลับมาแข่งขันหรือถูกVoid
อีกตัวอย่างหนึ่ง หากคู่ที่ 4 เปลี่ยนเป็นชนะ และคู่ที่ 5 ถูกVoid บิลจะเหลือตัวเลือกที่มีผลคือคู่ที่ 1, 2 และ 4 ซึ่งชนะครบทั้งหมด
ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าต้องอ่านสถานะของแต่ละคู่แยกกันก่อน แล้วจึงนำไปสรุปผลบิล ไม่ควรใช้คำว่า เสมอ เลื่อน หรือยกเลิก แทนกัน เพราะแต่ละสถานะส่งผลต่างกัน
ตารางสรุปกติกาทุกกรณี
| เหตุการณ์ | สถานะทั่วไป | ผลต่อบิล |
| ทุกคู่ชนะตามตลาด | Win | บิลชนะ |
| มีหนึ่งคู่แพ้เต็ม | Loss | บิลแพ้ทั้งหมด |
| คู่เสมอ แต่เลือกทีมชนะในตลาดสามทาง | Loss | บิลแพ้ทั้งหมด |
| คู่เสมอ และเลือกผลเสมอในตลาดสามทาง | Win | บิลยังมีผล |
| แฮนดิแคป 0 แล้วจบเสมอ | Push | ตัดคู่นั้นออก |
| แฮนดิแคปเต็มลูกลงตัวพอดี | Push | ตัดคู่นั้นออก |
| สูง–ต่ำเส้นเต็มลงตัวพอดี | Push | ตัดคู่นั้นออก |
| ราคา 0.25 หรือ 0.75 | ผลครึ่งหนึ่ง | ใช้กติกาของราคาควบ |
| คู่เลื่อนแต่กลับมาแข่งทันเวลา | Pending/Valid | รอผลการแข่งขัน |
| คู่เลื่อนเกินกรอบเวลา | Void | ตัดคู่นั้นออก |
| คู่ยกเลิกก่อนเริ่ม | มักเป็นVoid | พิจารณาคู่ที่เหลือ |
| แข่งขันหยุดกลางคัน | ขึ้นกับตลาด | ตลาดที่จบแล้วอาจคงผล |
| ทุกคู่ในบิลถูกVoid | ไม่มีตัวเลือกเหลือ | โดยทั่วไปยกเลิกบิล |
| บิล2คู่ มีหนึ่งคู่Void | เหลือหนึ่งตัวเลือก | ตรวจข้อกำหนดเฉพาะ |
บันทึกการตรวจสอบจากผู้เขียน การแทงบอลสเต็ป
ผู้เขียนตรวจเปรียบเทียบเอกสารกติกาสาธารณะของผู้ให้บริการหลายแห่ง โดยแบ่งการตรวจเป็นสี่สถานการณ์ ได้แก่ ตัวเลือกแพ้ ตัวเลือกPush ตัวเลือกVoid และการแข่งขันถูกเลื่อน
หลักร่วมที่พบตรงกันคือ ตัวเลือกทุกตัวที่ยังมีผลต้องชนะจึงจะทำให้รายการรวมชนะ และเมื่อมีหนึ่งตัวเลือกแพ้ รายการทั้งหมดจะไม่ผ่านเงื่อนไข ส่วนตัวเลือกPush หรือVoid มักถูกนำออกก่อนพิจารณารายการที่เหลือ
จุดที่แตกต่างกันมากที่สุดคือกรอบเวลาของการแข่งขันที่ถูกเลื่อน บางข้อกำหนดใช้เวลาหลักชั่วโมง บางข้อกำหนดให้เวลาหลายวัน และบางรายการใช้เงื่อนไขเฉพาะการแข่งขัน ผู้เขียนจึงไม่ใช้ตัวเลขระยะเวลาจากแหล่งเดียวเป็นข้อสรุปแทนทุกตลาด
ข้อมูลจากการตรวจเทียบนี้ใช้เพื่ออธิบายมาตรฐานร่วม ไม่ได้ยืนยันว่าทุกระบบใช้ถ้อยคำหรือกรอบเวลาเหมือนกันทั้งหมด
สรุปกติกาการตัดสินบิลสเต็ป
หลักของการแทงบอลสเต็ป สามารถสรุปเป็นสามขั้นตอนได้ คือ ตรวจตลาดที่เลือก ตรวจสถานะของแต่ละคู่ และจึงสรุปผลของ บิลสเต็ป ทั้งหมด
หากคู่หนึ่งแพ้เต็ม บิลมาตรฐานจะแพ้ทั้งหมด หากคู่หนึ่งเป็นPush หรือVoidโดยทั่วไปจะถูกนำออกแล้วพิจารณาคู่ที่เหลือ ส่วนคู่เลื่อนต้องตรวจว่ากลับมาแข่งขันภายในเวลาที่กำหนดหรือไม่
กรณีการแข่งขันเสมอ ต้องแยกผลการแข่งขันจริงออกจากผลตามราคา เพราะสกอร์เสมออาจทำให้ตัวเลือกชนะ แพ้ Pushหรือเกิดผลครึ่งหนึ่งได้ ขึ้นอยู่กับว่าเลือกตลาดสามทาง แฮนดิแคป หรือสูง–ต่ำเส้นใด
เมื่อเข้าใจ กติกาสเต็ป ส่วนการตัดสินผลแล้ว สามารถกลับไปอ่านภาพรวมของรูปแบบการเดิมพันและบทความในกลุ่มเดียวกันได้ที่ แทงบอลสเต็ป ส่วนรายละเอียดเรื่องจำนวนคู่ คู่เลื่อน และผลครึ่งหนึ่งควรอ่านจาก Node ที่แยกไว้ เพื่อไม่ให้เนื้อหาแต่ละหัวข้อปะปนกัน
หมายเหตุ: เนื้อหานี้อธิบายมาตรฐานทั่วไปที่พบร่วมกันในตลาดจริง รายละเอียดเรื่องกรอบเวลาคู่เลื่อน นิยามการแข่งขันจบสมบูรณ์ และการจัดการบิลที่เหลือหนึ่งตัวเลือกอาจแตกต่างกัน ควรตรวจข้อความกำกับตลาดของรายการนั้นทุกครั้ง
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกติกา การแทงบอลสเต็ป
1. การแทงบอลสเต็ปต้องเลือกอย่างน้อยกี่คู่?
โดยทั่วไปบิลสเต็ปต้องมีตัวเลือกอย่างน้อย 2 คู่ขึ้นไป ส่วนจำนวนคู่สูงสุดขึ้นอยู่กับกติกาของแต่ละระบบ รวมถึงข้อจำกัดของตลาดที่สามารถนำมารวมในบิลเดียวกันได้
2. ถ้าบิลสเต็ปแพ้ 1คู่ บิลทั้งหมดแพ้หรือไม่?
โดยทั่วไปบิลสเต็ปมาตรฐานจะถูกตัดสินว่าแพ้ทั้งหมด เพราะตัวเลือกทุกคู่ที่ยังมีผลต้องชนะครบ หากมีคู่ใดคู่หนึ่งผิดจากเงื่อนไขราคาที่เลือก แม้คู่ที่เหลือจะชนะ บิลก็ไม่ผ่านเงื่อนไข
3. ถ้ามีคู่หนึ่งถูกเลื่อน บิลสเต็ปจะถูกยกเลิกทันทีหรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องถูกยกเลิกทันที ระบบอาจรอว่าการแข่งขันจะกลับมาแข่งภายในกรอบเวลาที่กำหนดหรือไม่ หากกลับมาแข่งทันเวลา ตัวเลือกอาจยังมีผล แต่ถ้าเกินกำหนด คู่นั้นมักถูกตัดสินเป็น Voidและนำออกจากบิล
4. คู่ถูกยกเลิกมีผลต่อบิลสเต็ปอย่างไร?
หากคู่ถูกตัดสินเป็นVoid โดยทั่วไปคู่นั้นจะถูกนำออกจากบิล แล้วระบบพิจารณาเฉพาะตัวเลือกที่เหลือ คู่Void จึงไม่เหมือนคู่แพ้ เพราะไม่ได้ทำให้บิลแพ้ทันที
5. ถ้าการแข่งขันจบเสมอ บิลสเต็ปจะแพ้หรือไม่?
ขึ้นอยู่กับตลาดที่เลือก หากเลือกทีมชนะในตลาดสามทางแล้วผลจบเสมอ ตัวเลือกนั้นจะแพ้ แต่ถ้าเลือกผลเสมอไว้จะถือว่าชนะ ส่วนตลาดแฮนดิแคปศูนย์อาจถูกตัดสินเป็นPush และตัดคู่นั้นออกจากบิล
6. Pushกับ Voidต่างกันอย่างไร?
Pushมักเกิดจากผลการแข่งขันตรงกับเส้นราคาพอดี เช่น ต่อ 1 ลูกแล้วชนะหนึ่งประตู ส่วนVoid เกิดจากตลาดหรือตัวเลือกถูกยกเลิก เช่น คู่ไม่แข่งขันตามเงื่อนไข แม้สาเหตุต่างกัน แต่โดยทั่วไปทั้งสองสถานะจะทำให้ตัวเลือกถูกนำออกจากบิล
แหล่งอ้างอิง
- DraftKings Sportsbook — General Betting Rules and Parlay Rules: นิยามรายการ Parlay เงื่อนไขที่ตัวเลือกทั้งหมดต้องชนะ และการจัดการตัวเลือก PushหรือVoid
- William Hill US — Sportsbook House Rules: หลักการลดจำนวนตัวเลือกในรายการรวมเมื่อตัวเลือกถูกตัดสินเป็น VoidหรือPush
- bet365 Help Centre — Unplayed or Postponed Matches: Football: แนวทางจัดการการแข่งขันที่ไม่ได้ลงเล่นหรือถูกเลื่อน และตัวอย่างกรอบเวลาห้าวัน
- bet365 Help Centre — Interrupted Matches: Football Rules: แนวทางตัดสินตลาดเมื่อการแข่งขันหยุดกลางคันหรือถูกนำมาเริ่มแข่งขันใหม่
